ไม้อัดเป็นวัสดุที่คนไทยรู้จักและใช้งานกันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกและให้รูปลักษณ์คล้ายกับไม้ธรรมชาติ ซึ่งได้รับความนิยมในการนำไปใช้ในหลากหลายงาน ทั้งในงานก่อสร้าง งานตกแต่งภายใน และงานอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ทรัพยากรธรรมชาติหายากขึ้น การใช้ไม้อัดจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดการตัดไม้จากป่าโดยตรง นอกจากนี้ไม้อัดยังมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันไป
ไม้อัดคืออะไร
ไม้อัด คือวัสดุแผ่นที่ได้จากการนำเอาไม้วีเนียร์ หรือแผ่นไม้บาง ๆ ที่ผ่านการปอกจากท่อนซุงแล้วนำมาจัดเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ และใช้กาวในการยึดแต่ละชั้นให้ติดกัน จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการกดทับด้วยความร้อนเพื่อให้ได้แผ่นไม้อัดที่แข็งแรงและมีความทนทานสูง ข้อดีของไม้อัดคือความสามารถในการปรับแต่งความหนาและขนาดตามความต้องการใช้งาน รวมถึงความแข็งแรงและความทนทานที่สูงกว่าไม้ธรรมดา ไม้อัดจึงสามารถทนต่อแรงดัน แรงบิด และไม่หดตัวง่ายเมื่อเทียบกับไม้ธรรมชาติ

วัตถุดิบในการผลิตไม้อัด
ไม้อัดผลิตจากไม้หลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับความต้องการและคุณสมบัติของไม้อัดที่ต้องการ เช่น ไม้ยางพารา ไม้เบิร์ช ไม้โอ๊ค และไม้ต้นอื่น ๆ ที่มีลักษณะทนทานและน้ำหนักเบา วิธีการผลิตเริ่มจากการนำท่อนซุงมาปอกด้วยเครื่องปอกไม้ ซึ่งจะทำให้ได้แผ่นไม้บางที่เรียกว่า “วีเนียร์” หลังจากได้แผ่นวีเนียร์แล้ว แผ่นไม้บาง ๆ นี้จะถูกนำไปตัดให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ จากนั้นจึงทากาวและจัดเรียงซ้อนกันโดยสลับทิศทางของเสี้ยนไม้ระหว่างชั้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและลดการหดตัว จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการกดทับด้วยความร้อน เพื่อให้ไม้อัดยึดติดกันเป็นแผ่นที่แน่นหนาและมีความทนทานสูง
ประเภทของไม้อัดและคุณสมบัติ
ไม้อัดมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้และกระบวนการผลิตหลัก ๆ ได้แก่
- ไม้อัดยางพารา เป็นไม้อัดที่ทำจากแผ่นไม้ยางพารา มีความยืดหยุ่นสูง และมีคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานภายใน เนื่องจากไม่ทนต่อน้ำ
- ไม้อัดเบิร์ช ไม้เบิร์ชเป็นไม้ที่มีสีขาวและมีลายที่สวยงาม นิยมนำไปใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายใน เพราะให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติ
- ไม้อัดโอ๊ค ไม้โอ๊คมีความแข็งแรงสูงและมีลายไม้ที่สวยงาม นิยมนำไปใช้ในงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ
- ไม้อัดกันน้ำ เป็นไม้อัดที่ผ่านกระบวนการพิเศษ ทำให้ทนทานต่อน้ำและความชื้นสูง เหมาะกับการใช้งานภายนอก เช่น การสร้างโครงสร้างชั่วคราว และการก่อสร้างเรือ
คุณสมบัติของไม้อัด
ไม้อัดมีคุณสมบัติที่หลากหลายและมีข้อดีเมื่อเทียบกับไม้ธรรมชาติ เช่น
- ความแข็งแรงและทนทาน ไม้อัดมีความแข็งแรงสูงและทนต่อแรงกดดันที่มากกว่าไม้ธรรมดาเนื่องจากการเรียงซ้อนแผ่นไม้หลายชั้น และทากาวเพื่อให้แผ่นไม้อัดยึดติดกันแน่นหนา
- ความยืดหยุ่น ไม้อัดสามารถดัดโค้งได้และไม่เปราะหักง่ายเหมือนไม้ธรรมชาติที่อาจเกิดรอยแตกหรือรอยแยก
- ทนต่อความชื้น ไม้อัดบางประเภทได้รับการพัฒนาให้สามารถทนต่อความชื้นได้ ซึ่งช่วยป้องกันการบิดเบี้ยวหรือการหดตัวเมื่อโดนน้ำหรืออยู่ในสภาพอากาศที่ชื้น
ข้อเสียของไม้อัด
ถึงแม้ว่าไม้อัดจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อเสียที่ควรพิจารณาเช่นกัน เช่น
- ความไม่ทนทานต่อน้ำ สำหรับไม้อัดที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการเคลือบกันน้ำ จะไม่เหมาะกับการใช้งานภายนอกหรือในที่มีความชื้นสูง
- การเสื่อมสภาพของกาว เนื่องจากกาวเป็นองค์ประกอบหลักในการยึดแผ่นไม้ ถ้าได้รับความร้อนหรือความชื้นสูงต่อเนื่อง อาจทำให้กาวเสื่อมสภาพและแผ่นไม้หลุดลอกออกจากกัน
- ราคาและการซ่อมบำรุง ไม้อัดคุณภาพสูงมักมีราคาสูงกว่าไม้ธรรมดา และการซ่อมบำรุงอาจมีข้อจำกัดเมื่อไม้อัดได้รับความเสียหาย เช่น การปะหรือซ่อมแซมรอยขีดข่วน
การใช้งานไม้อัดในชีวิตประจำวัน
ไม้อัดถูกนำมาใช้งานอย่างหลากหลาย ทั้งในการทำเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ และตู้ รวมถึงงานตกแต่งผนัง ฝ้าเพดาน งานปูพื้น และการก่อสร้างโครงสร้างเบา เช่น ผนังชั่วคราว ไม้อัดยังเป็นทางเลือกที่นิยมในการผลิตประตูและหน้าต่าง โดยเฉพาะในบ้านที่ต้องการความคุ้มค่าและความสวยงามในเวลาเดียวกัน

ไม้อัดเป็นวัสดุที่มีประโยชน์และสามารถนำไปใช้ในงานต่าง ๆ ได้หลากหลาย เนื่องจากมีคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน และน้ำหนักเบา ทำให้ไม้อัดเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับงานก่อสร้างและงานตกแต่งภายใน แม้ว่าไม้อัดจะมีข้อจำกัดบางประการในการใช้งานเช่นเรื่องความทนทานต่อน้ำและการเสื่อมสภาพของกาว แต่ด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ปัจจุบันมีไม้อัดหลายประเภทที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดียิ่งขึ้น