เสาร์. ม.ค. 10th, 2026

เคยถามตัวเองไหมคะว่า ทำไมเราถึงเก่งกราฟเทคนิค ท่องงบการเงินได้แม่น แต่พอถึงหน้างานจริง เรากลับตัดสินใจผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“พอเห็นกำไรนิดเดียวก็รีบกดขายกลัวมันลง (แล้วมันก็พุ่งต่อ)” หรือที่เรียกว่า ขายหมู “พอเห็นราคาแดงเถือกกลับไม่กล้าคัทลอส หวังว่ามันจะเด้ง (แล้วมันก็ลงนรก)” หรือที่เรียกว่า ติดดอย

อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีความรู้ค่ะ แต่มันคือกลไกธรรมชาติของสมองมนุษย์ที่เรียกว่า Cognitive Bias หรือความลำเอียงทางความคิด ซึ่งในวิชา Behavioral Finance ได้อธิบายไว้ชัดเจนว่า ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดในสนามลงทุนไม่ใช่เจ้ามือ แต่คือ “ตัวเราเอง”

Loss Aversion ความเจ็บปวดจากการขาดทุนที่มากเกินจริง

สาเหตุหลักที่เราชอบ “ขายหมู” แต่ “กอดหุ้นเน่า” มาจากทฤษฎีที่ชื่อว่า Loss Aversion ค่ะ นักจิตวิทยาระบุว่า สมองมนุษย์จะตอบสนองต่อ “ความเจ็บปวดจากการขาดทุน” รุนแรงกว่า “ความสุขจากการได้รับกำไร” ถึง 2 เท่า แปลง่าย ๆ คือ การทำเงินหาย 100 บาท จะรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าความดีใจที่เก็บเงินได้ 100 บาท

ส่งผลต่อการเทรดอย่างไร เมื่อเราเห็นพอร์ตเริ่มเขียว (กำไร) สมองจะกลัวว่ากำไรนี้จะหายไป ความกลัวนี้จะสั่งให้เรา “รีบขาย” เพื่อล็อกความสุขเล็ก ๆ นั้นไว้ทันที (Take Profit เร็วเกินไป) แต่เมื่อพอร์ตเริ่มแดง (ขาดทุน) สมองจะไม่อยากยอมรับความเจ็บปวด จึงสั่งให้เรา “ถือต่อ” เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้การขาดทุนนั้นกลายเป็นความจริง (Realized Loss) สุดท้ายจากขาดทุนน้อยก็กลายเป็นขาดทุนหนัก

Herd Behavior พฤติกรรมฝูงชนพาไปติดดอย

ทำไมเราถึงชอบไปซื้อหุ้นตอนที่ราคามันแพงหูฉี่แล้ว คำตอบคือ Herd Behavior หรือพฤติกรรมแห่ตามฝูงชนค่ะ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราจะรู้สึกอุ่นใจเมื่อทำตามคนส่วนใหญ่ และจะรู้สึกกระวนกระวายเมื่อเห็นคนอื่นรวยแต่เราตกรถ (FOMO – Fear Of Missing Out)

เมื่อเห็นข่าวดีเต็มหน้าฟีด เพื่อนในกลุ่มไลน์เชียร์หุ้นตัวนี้กันเกรียวกราว สมองส่วนเหตุผลจะหยุดทำงาน และสมองส่วนอารมณ์จะสั่งให้เรา “กระโดดเข้าไปร่วมวง” ทันที โดยลืมดูมูลค่าพื้นฐาน หารู้ไม่ว่าตอนที่เราเข้าไปนั้น คือตอนที่ “เจ้ามือ” หรือนักลงทุนรายใหญ่กำลังทยอยขายของใส่มือเราพอดี นี่คือที่มาของการติดดอยอันหนาวเหน็บค่ะ

Anchoring Effect ยึดติดกับราคาในอดีตจนลืมปัจจุบัน

เคยเป็นไหมคะ หุ้นลงจาก 100 บาท เหลือ 80 บาท เราบอกว่า “ถูกจัง” แล้วรีบเข้าไปรับมีด ทั้งที่จริง ๆ พื้นฐานเปลี่ยนไปแล้ว

อาการนี้เรียกว่า Anchoring Effect หรือการปักหมุดทางความคิด เรามักจะยึดติดกับ “ราคาแรก” หรือ “ราคาสูงสุด” ที่เราเคยเห็น แล้วใช้มันเป็นมาตรฐานในการตัดสินใจ

ถ้าราคาเคยขึ้นไป 100 บาท พอลงมา 80 บาท สมองเราจะเทียบกับ 100 แล้วบอกว่านี่คือ “ส่วนลด 20%” แต่เราลืมมองไปว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบัน มูลค่าที่แท้จริงของมันอาจจะเหลือแค่ 50 บาทก็ได้ การยึดติดกับราคาในอดีตทำให้เราไม่กล้าคัทลอส เพราะหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเดี๋ยวมันก็ต้องกลับไปที่เดิม (ซึ่งบ่อยครั้งมันไม่กลับไปอีกเลย)

Confirmation Bias เลือกฟังแต่สิ่งที่อยากได้ยิน

เมื่อเราตัดสินใจซื้อหุ้นตัวไหนไปแล้ว เรามักจะตกหลุมพราง Confirmation Bias ค่ะ เราจะพยายามเสิร์ชหาข่าวดี บทวิเคราะห์ที่เชียร์ หรือฟังยูทูบเบอร์ที่อวยหุ้นตัวนั้น เพื่อมา “ยืนยัน” ว่าเราคิดถูก ส่วนข่าวร้ายหรือคำเตือน เราจะทำเป็นมองไม่เห็น หรือหาเหตุผลมาหักล้างว่า “ไม่จริงหรอก”

การปิดหูปิดตาตัวเองแบบนี้ทำให้เราประมาท และไม่ยอมหนีเมื่อสัญญาณอันตรายมาถึง กว่าจะรู้ตัวอีกที พอร์ตก็เสียหายจนเกินเยียวยาแล้ว

Mental Accounting การแยกกระเป๋าเงินจนประมาท

อีกหนึ่งกับดักคือ Mental Accounting หรือการบัญชีในใจค่ะ หลายคนมองว่า “เงินกำไรจากหุ้น” คือ “เงินฟรี” (House Money) พอได้กำไรมาก็กล้าเสี่ยงเอาไปเล่นหุ้นปั่นหรือเหรียญซิ่งหนักกว่าเดิม เพราะคิดว่า “เสียไปก็เท่าทุน”

แต่ในความเป็นจริง เงินก็คือเงินค่ะ ไม่ว่าจะมาจากน้ำพักน้ำแรงหรือกำไรหุ้น มันมีค่าเท่ากัน การมองว่าเป็นเงินฟรีทำให้เราขาดความระมัดระวัง (Risk Management) และมักจะคืนกำไรทั้งหมดกลับสู่ตลาดในเวลาอันรวดเร็ว

การจะแก้เกม Behavioral Finance ไม่ใช่การนั่งสมาธิระงับอารมณ์ค่ะ แต่คือการสร้าง “ระบบการเทรด” (Trading System) ที่ชัดเจนขึ้นมาบังคับตัวเอง

  1. วางแผนก่อนกดซื้อ กำหนดจุดเข้า (Entry), จุดขายทำกำไร (Target), และจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ให้ชัดเจน ตั้งแต่ตอนที่ใจยังนิ่ง
  2. ทำตามแผนอย่างเคร่งครัด เมื่อราคาถึงจุด Stop Loss ต้องขายทันทีห้ามต่อรอง การตั้งคำสั่งขายล่วงหน้า (Conditional Order) ช่วยได้มาก เพราะตัดเรื่องอารมณ์ตอนกดปุ่มออกไป
  3. จดบันทึกการเทรด การเขียน Trading Journal จะช่วยให้เราเห็นแพตเทิร์นอารมณ์ของตัวเอง และรู้ทันว่าเรามักจะพลาดเพราะอคติตัวไหน

จำไว้นะคะว่า ในตลาดทุน คนที่ชนะไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด แต่เป็นคนที่ “รู้จักตัวเอง” และควบคุมสติได้ดีที่สุดค่ะ